วันพุธ, มกราคม 25, 2560

3 ช่างภาพวอนถนอมธรรมชาติไว้ให้ลูกหลาน ชี้โรงไฟฟ้าถ่านหินทำลาย เผยชุมชนมีความงามหลากมิติ





3 ช่างภาพวอนถนอมธรรมชาติไว้ให้ลูกหลาน ชี้โรงไฟฟ้าถ่านหินทำลาย เผยชุมชนมีความงามหลากมิติ


ที่มา สำนักข่าวชายขอบ 
http://transbordernews.in.th/home/?p=15809
21 มกราคม, 2017

ระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม 2560 ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ มีกิจกรรมประเทศไทยในสัญญาปารีส :”ถ่านหิน-ไฟฟ้า-ทรัพยากร” โดยมีนิทรรศการภาพถ่าย ‘พื้นที่ชีวิต-พื้นที่ไม่มีชีวิต’ และนิทรรศการภาพวาดจากศิลปินและบุคคลทั่วไปหลายกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน อีกทั้งมีเวที Photo talk ‘ชีวิตของพื้นที่’ เล่าชีวิตผ่านเลนส์โดย 3 ช่างภาพมืออาชีพ ประกอบด้วย วันชัย พุทธทอง เมืองเท่ชื่อเทพา เริงฤทธิ์ คงเมือง เมืองแม่เมาะ-กระบี่ศิรชัย อรุณรักษติชัย โลกใต้น้ำทะเลอันดามัน นายวันชัย กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ในอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา มานาน ตนใช้เวลาในการเก็บภาพถ่ายและเรื่องเล่าหลายมุมมองของชุมชน ที่ประทับใจคือการถ่ายธรรมชาติในจังหวัดสงขลา ที่อดีตเคยมีช้างแคระ ซึ่งเดิมอาศัยอยู่ในบริเวณทุ่งหญ้าและป่าพรุรอบๆ ทะเลสาบตอนบน ช้างชนิดนี้มีรูปร่างลักษณะอย่างช้างทั่วไป แต่ขนาดเล็กกว่า ลำตัวสูงประมาณควายป่าคุ้นเคยกับสภาพน้ำกร่อยและหนองน้ำในทุ่งหญ้าริมทะเล หรือภูมิประเทศแบบกึ่งป่ากึ่งน้ำเป็นอย่างดี ซึ่งชาวบ้านเล่าว่าเมื่อก่อนอยู่ในชุมชนรอบทะเลน้อย (ช่วงต้นของทะเลสาบสงขลา คาบเกี่ยวอยู่กับ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช และ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา) แต่ตอนนี้คือหายไปบางส่วนเชื่อว่ามันถูกล่าจนสูญพันธุ์ บางส่วนเชื่อว่าอพยพหนีการล่าย้ายป่าไปอยู่ที่ฝั่งมาเลเซีย แต่นั่นก็เป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า แต่เทพา จังหวัดสงขลานี่ จริงๆแล้วมีเรื่องน่าสนใจจากอดีตจนถึงปัจจุบันที่น่าประทับใจกว่านั้น นั่นคือ เรื่องตลาดเก่าร้อยปี ที่ชาวบ้านสูงอายุ ยืนยันว่าบรรยากาศเหมือนเดิมและอยากเชิญชวนให้คนภายนอกได้เข้าไปสัมผัส





“ผมเก็บภาพถ่ายของตลาดร้อยปีไว้ และมีหลายช่วงเวลามากๆ ความสวยงามของคนเทพา ไม่ได้แค่ธรรมชาติสวย วิวดี แต่มันเชื่อมโยงกันถึงคุณค่าของคนในชุมชนด้วย อย่างตลาดร้อยปีมีปลา มีผลไม้ มีพืชขาย มันสะท้อนว่าอุดมสมบูรณ์ คือทะเลก็มีอาหาร บนบกก็มีอาหาร แบบนี้ คือ วิถีชีวิตมันมีเรื่องเล่า ดังนั้นผมเชื่อว่าเทพามีอะไรน่าสนใจและควรเก็บรักษาไว้ อย่าสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเลยถ้าเรายังรู้สึกว่าความสวยงามของคน ของธรรมชาติมันมีค่า” นายวันชัยกล่าว นายวันชัย กล่าวต่อว่า อีกประเด็นที่คุ้นเคย คือ เรื่องของหาเคย ที่มีเทศกาลลุนกุ้งเคย ตนเคยตื่นนอนตอนเช้าแล้วเห็นคนไปนอนเฝ้าหาดตั้งแต่เช้ามืด ชาวประมงบอกว่าการทำเคยของเทพา ทำเคยแบบปลอดสารพิษ คนทำเคยคือล้างกุ้งจากน้ำทะเลได้ เป็นการพึ่งพาธรรมชาติที่มีและวิถีชีวิตนี้เรียบง่ายรายได้จากการทำเคยก็ช่วยให้ครอบครัวพออยู่พอกินดังนั้นวิถีชีวิตเหล่านี้ควรอนุรักษ์ไว้ และตนไม่อยากให้เป็นเพียงภาพถ่ายบันทึกความทรงจำเท่านั้น แต่อยากให้ถูกดำเนินไปในเหตุการณ์จริงเพื่อบอกเล่าเรื่องราวสู่รุ่นหลัง





นายเริงฤทธิ์ กล่าวว่า หลายครั้งที่ได้ลงพื้นที่ไปถ่ายพื้นที่ทะเล ป่าชายเลน ของจังหวัดกระบี่ มากกว่าภาพทะเลสวย หาดทรายงามที่ดึงดูดการท่องเที่ยวแล้วยังพบว่าทะเลของกระบี่มีพื้นที่เป็นแรมซาร์ไซส์ มีป่าชายเลนที่อยู่ในอ่าวพังงาเป็นทีแหล่งอนุบาลของสัตว์หลากหลายชนิด นอกจากนี้ยังค้นพบข้อมูลระหว่างถ่ายภาพด้วยว่าหินบางกลุ่มเป็นซากฟอสซิลของหอยขมก่อนการเปลี่ยนแปลงทางระบบนิเวศ ซึ่งหมายถึงเมื่อก่อนบางพื้นที่ของกระบี่เป็นน้ำจืดแต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นป่าชายเลน เป็นทะเล ซึ่งหลักฐานชิ้นสำคัญ คือ ฟอสซิล อีกทั้งยังมีถ้ำสวยงามมากมายที่สวยงามให้นักท่องเที่ยวไปชม “ช่วงหนึ่งผมเคยไปถ่ายภาพเหยื่อเหมืองแร่ ภาพมันออกมาทางหดหู่ เพราะเราเห็นความเจ็บป่วย แต่พอไปกระบี่ เรายังไม่เจอภาพแบบนั้น และไม่อยากเจอ ไม่อยากบันทึกความเศร้า เลยคิดว่าควรเก็บกระบี่ไว้เพื่อให้มันถ่ายทอดเรื่องราวสวยงามต่อไปจะเหมาะกว่าและยืนยันว่าถ่านหินไม่มีประโยชน์” นายเริงฤทธิ์ กล่าว ด้านนาศิรชัย กล่าวว่า จากประสบการณ์ดำน้ำถ่ายภาพปะการังและศึกษาทัศนียภาพใต้ทะเล ทั้งเมืองไทยและต่างประเทศ ยืนยันว่าประเทศไทยมีความสมบูรณ์ดี ครั้งหนึ่งบังเอิญไปเจอหมึกกระดองอาศัยอยู่ในแนวปะการัง รู้สึกประทับใจมาก เคยมีเพื่อนต่างประเทศที่มาดำน้ำดูด้วยกันเขาก็เห็นด้วยกับภาพปะการังที่สวยงามของประเทศไทยและอยากจะชื่นชมโลกใต้ทะเล ดังนั้นต้องยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้ถ้ามีอะไรมาทำลายแล้วจะสร้างสิ่งใหม่มาทดแทนได้ ดังนั้นเชื่อว่าถ้าคุณเห็นว่าภาพถ่ายสวยงามแล้ว ไปเห็นภาพจริงจะสวยงามยิ่งกว่า เพราะโลกใต้ทะเลมีมากมายให้เรียนรู้





ooo

ผูกขาด ประโยชน์ทับซ้อน ในไฟฟ้าไทย

Credit: ฮาริ บัณฑิตา




หยุดถ่านหินกระบี่ was live.
January 21 at 1:03pm

ช่วงเสวนา 1

วงเสนา 1
"ผูกขาด ประโยชน์ทับซ้อน ในระบบไฟฟ้าไทย"
​​ร่วมเสนาโดย
ผศ.ประสาท มีแต้ม​​​ ระบบไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรมคืออะไร?​
คุณวันชัย มีศิริ ​​​​ระบบสายส่งกับพลังงานหมุนเวียน​​
ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล​​ โซล่าเซลล์กับทางออกด้านพลังงานไฟฟ้า ​​
อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ​​ดำเนินรายการ​


---------------
วงเสวนา 2
"โลกคิดยังไงกับถ่านหิน"
​​ร่วมเสนาโดย
​​ดร.อาภา หวังเกียรติ​​โลกคิดอย่างไรกับถ่านหิน
​​ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์​​ต้นทุนชีวิตที่ไม่เคยถูกคิดจากถ่านหิน
​​คุณศุภกิจ นันทวาระการ​ข้อตกลงปารีสกับการจัดการพลังงานของไทย
​​ดร.สมพร ช่วยอารีย์​ ​ผลกระทบต่อระบบนิเวศจากถ่านหิน
​​คุณชาญวิทย์ อร่ามฤทธิ์​ดำเนินรายการ

งานประเทศไทยในสัญญาปารีส
"ถ่านหิน-ไฟฟ้า-ทรัพยากร"
20-21 มกราคม 60

#หยุดถ่านหิน

ไปฟังกันว่านายกฯให้ความเห็นเรื่องจับหนุ่มคราฟต์เบียร์อย่างไร? และแสดงความคิดเห็นกับการผูกขาดตลาดสุราในประเทศไทยว่าเป็นเรื่องถูกกฎหมาย





https://www.facebook.com/VoiceTVonline/videos/10156032925459848/

.....

อีกเวอชั่นจากมติชน...



“บิ๊กตู่” เมินกลุ่มทุนใหญ่ยึดตลาดเบียร์ ชี้ ไม่ผิดกฎหมาย ทำอะไรไม่ได้ (คลิป)

“บิ๊กตู่” บอก กลุ่มทุนเบียร์ ไม่ผิดกฎหมาย ทำอะไรไม่ได้

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 24 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวกรณีตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจังหวัดนนทบุรีจับกุมตัวนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อายุ 28 ปี บัณฑิตณะนิติศาสตร์ ม.ชื่อดัง แอบผลิตเบียร์เพื่อกินและจะนำออกจำหน่าย ซึ่งสังคมออนไลน์มองว่าปัจจุบันนี้กลุ่มทุนใหญ่ไม่กี่กลุ่มยึดตลาดเบียร์เกินไป พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กลุ่มทุนทำผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่ผิดกฎหมายก็เล่นงานเขาไม่ได้ แล้วหมักเบียร์สดเองผิดกฎหมายไหม ถ้าผิดก็ดำเนินคดี ถ้าทางกลุ่มทุนทำผิดก็ดำเนินคดีกับเขา

http://www.matichon.co.th/news/439208

ooo

เรื่องเกี่ยวข้อง....

"หนุ่มคราฟท์เบียร์" เล็งตามฝันผลิตเมืองนอกแทน ศาลปรับ 5 พัน-รอลงอาญา 1 ปี

http://manager.co.th/OnlineSection/ViewNews.aspx?NewsID=9600000008096

.....

24 ม.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่มีตำรวจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจังหวัดนนทบุรี เข้าจับกุม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อายุ 28 ปี ที่แอบผลิตเบียร์ขึ้นเองเพื่อกินและนำออกจำหน่าย เป็นการเอื้อประโยชน์กลุ่มนายทุนหรือไม่ ว่า "อ้าวเฮ้ย นี่ผมไม่เข้าใจ ถามได้ไง ใครถาม บัวใต้น้ำจริงๆ เลย มันเกี่ยวตรงไหน กลุ่มทุนเขาทำผิดกฎหมายหรือเปล่า ถ้าไม่ผิดกฎหมายก็เล่นงานเขาไม่ได้ แล้วหมักเบียร์สดเองผิดกฎหมายไหม ถ้าผิดก็ดำเนินคดี ถ้าทางกลุ่มทุนทำผิดก็ดำเนินคดีทางโน้น เอามาพันกันแบบนี้ผมว่าใช้ไม่ได้ คำถามแบบนี้"

ที่มา แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/253845

Not rocket science: Poor schools are at the heart of Thailand’s political malaise. The country’s class war has its roots in the classroom - The Economist




I must not oppose military coups


Not rocket science

The country’s class war has its roots in the classroom

Jan 21st 2017
Source: The Economist

EVERYONE knows that nurturing brainboxes is good for an economy. In Thailand, school reformers have an extra incentive: to narrow differences between rich people in cities and their poorer rural cousins, which have led to a decade of political tension and occasional eruptions of violence. For years shoddy teaching has favoured urban children whose parents can afford to send them to cramming schools or to study abroad. Dismal instruction in the countryside has made it easier for city slickers from posh colleges to paint their political opponents as pliable bumpkins.

The dangerous social divide is all the more reason to worry about Thailand’s poor rating in an educational league table published in December. Thailand limped into the bottom quarter of 70 countries whose pupils participated in the maths, reading and science tests organised under the Programme for International Student Assessment (PISA). Its scores have deteriorated since a previous assessment in 2012, when researchers found that almost one-third of the country’s 15-year-olds were “functionally illiterate”, including almost half of those studying in rural schools.

Thailand’s dismal performance is not dramatically out of step with countries of similar incomes. But it is strange given its unusually generous spending on education, which in some years has hoovered up more than a quarter of the budget. Rote learning is common. There is a shortage of maths and science teachers, but a surfeit of physical-education instructors. Many head teachers lack the authority to hire or fire their own staff. Classrooms are stern and bullying teachers numerous: in one incident that caused uproar in the media last year, a PE instructor was alleged to have struck a schoolgirl in the face with a mug.

A big problem, argues Dilaka Lathapipat of the World Bank, is that Thailand spends too much money propping up small schools, where teaching is poorest. Almost half of Thai schools have fewer than 120 students, and most of those have less than one teacher per class. Opening lots of village schools once helped Thailand achieve impressive attendance rates, but road-building and other improvements in infrastructure mean most schools are now within 20 minutes of another. Over the next ten years falling birth rates will reduce school rolls by more than 1m, making it ever more difficult for tiny institutions to provide adequate instruction at a reasonable cost.

Prayuth Chan-ocha, Thailand’s prime minister and the leader of its junta, says school reform is urgently needed. But some of his goals are aimed more at boosting his and the monarchy’s prestige than making children smarter. Soon after taking power in a coup in 2014 Mr Prayuth grumbled that few Thai children could cite the achievements of long-dead kings. He ordered schools to display a list he drew up of 12 “Thai” values, including obedience to elders, “correctly” understanding democracy and loyalty to the monarch.

Insiders say that some officials are working on better approaches. In June the government restarted a long-stalled plan to merge small schools; authorities say they hope to subsume more than 10,000 schools over four years. Analysts worry that the junta’s effort to re-centralise government will deprive good schools of independence. But they also hope it will eventually allow reformers to force an ossified education system to adopt the best of international practice. There is talk of education reform in a vague 20-year plan which the junta has promised to bequeath to the nation, and which future elected governments will be constitutionally bound to follow. Better hope that the army sets only its sanest policies in stone.

This article appeared in the Asia section of the print edition under the headline “Not rocket science”


รู้ยัง... สิบพระยา ไม่เท่าหนึ่งพ่อค้าเลี้ยง





สิบพระยา ไม่เท่าหนึ่งพ่อค้าเลี้ยง
รู้หรือยังทำไมเสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี ถึงยอมจ่าย 600 ล้านเพื่อซื้อที่ดิน

1.
เบื้องหลังข่าวเจาะ“ประยุทธ์”ขายที่ดิน 600 ล. โยงใย 22 บ.ลับ 7 หมื่นล.“เสี่ยเจริญ”
http://www.isranews.org/%E0%B9%80%E…/…/35534-news_35534.html






2.
อดีต รมว.คลังจวก ครม.ไฟเขียวยืดสัญญาเช่าศูนย์สิริกิติ์ 50 ปี ให้ธุรกิจเจ้าสัวเจริญ
http://www.matichon.co.th/news/438469






3.
บิ๊กตู่ แจง ยืดอายุเช่าศูนย์สิริกิติ์50ปี คือการปฎิรูป ได้ห้องประชุมใหม่ๆใหญ่ๆ
http://www.matichon.co.th/news/439260

ชอปช่วยจีน กองทัพซื้อรถถัง/เรือดำน้ำเดือนเดียว 15,500 ล้านบาท -




https://www.youtube.com/watch?v=d9FjaffIX5g

by ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
24 มกราคม 2560

ทัพเรือฟิน 'ประยุทธ์' อนุมัติงบเรือดำน้ำ 1 ลำ 13,500 ล้านบาท ไม่แคร์แม้อดีตเคยวางแผนซื้อ 3 ลำ ราคาลำละ 12,000 ล้านบาท ฟากทัพบกยันรถถังจีนกว่า 2,000 ล้านไม่แพง ส่อแววซื้ออีกหนึ่งเท่า ต่อให้การซื้อจะทำให้ชาติมีรายจ่ายทางทหารสุดสูงจนคนไทยรับภาระค่าใช้จ่ายทางทหารต่อหัวสูงขึ้น 123% หลังยึดอำนาจปี 49 จนปัจจุบัน

รัฐประหารทำให้การผลาญงบชาติลักษณะนี้ไม่หมดไป ถึงแม้คนไทยต้องรับภาระนี้แสนสาหัสก็ตาม
.....

เรื่องเกี่ยวข้อง...

“เรือดำน้ำจำเป็น” พล.อ.ประวิตร

“บิ๊กป้อม” ยันจำเป็นต้องซื้อเรือดำน้ำ เพราะประเทศเพื่อนบ้านมีกันหมดแล้ว

http://www.komchadluek.net/news/politic/257438


รู้เขารู้เรา : ดูทรัมป์เลิกนโยบายโอบามาแล้วย้อนมาดูนโยบายปรองดอง คสช., สส.สุนัย และ อ.จรัล, VOT, 23 ม.ค. 2560




https://www.youtube.com/watch?v=cnT6QNmmpaQ

ดูทรัมป์เลิกนโยบายโอบามาแล้วย้อนมาดูนโยบายปรองดอง คสช., สส.สุนัย และ อ.จรัล, VOT, 23 ม.ค. 2560

Voice of Thailand VOT

Streamed live on Jan 23, 2017

ดาวน์โหลดไฟล์ mp3 ได้จาก http://www.mediafire.com/file/wxhw3cy... หรือ https://www.4shared.com/web/directDow...
ดาวน์โหลดวีดีโอไฟล์ต้นฉบับได้จาก http://www.mediafire.com/file/6vnjco8... หรือ https://www.4shared.com/web/directDow...
หัวข้อ: ดูทรัมป์เลิกนโยบายโอบามาแล้วย้อนมาดูนโยบายปรองดอง คสช.
(Look at how Trump abolished Obama's policies and then look at NCPO’s [The National Council for Peace and Order] reconciliation policy)
รายการ: รู้เขารู้เรา, 23 ม.ค. 2560
วิทยากร: สส.ดร.สุนัย จุลพงศธร และ อ.จรัล ดิษฐาอภิชัย
ผู้ดำเนินรายการ: สุกิจ ทรัพย์เอนกสันติ
สถานีเสียงประชาชนไทย, Voice of Thailand (VOT), ชิคาโก สหรัฐอเมริกา

วันอังคาร, มกราคม 24, 2560

หลานสาว "พลทหารวิเชียร เผือกสม" ที่เสียชีวิตในค่ายทหาร เผยอธิบดีอัยการภาค 9 มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีที่ถูกแจ้งความฐานหมิ่นประมาทและทำผิด พ.ร.บ.คอมพ์ กรณีโพสต์ขอความเป็นธรรมให้น้าชาย แล้ว




น.ส.นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์
ภาพจาก WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

หลานสาว “พลทหารวิเชียร” เผยอัยการสั่งไม่ฟ้องคดี พ.ร.บ.คอมพ์


ที่มา เวป BBC Thai

หลานสาว "พลทหารวิเชียร เผือกสม" ที่เสียชีวิตในค่ายทหาร เผยอธิบดีอัยการภาค 9 มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีที่ถูกแจ้งความฐานหมิ่นประมาทและทำผิด พ.ร.บ.คอมพ์ กรณีโพสต์ขอความเป็นธรรมให้น้าชาย แล้ว

น.ส.นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ หลานสาวพลทหารวิเชียร เผือกสม ที่เสียชีวิตจากการฝึกซ้อมทหารใหม่ในค่ายทหาร เมื่อปี 2554 กล่าวกับ "บีบีซีไทย" ถึงความคืบหน้าคดีที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท และกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรียกร้องความเห็นธรรมให้กับพลทหารวิเชียร เมื่อปี 2559 ว่า ทราบจากการประสานงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าอธิบดีอัยการภาค 9 มีความเห็นไม่สั่งฟ้อง หลังจากที่รองอธิบดีอัยการภาค 9 และอัยการ จ.นราธิวาส มีความเห็นไม่สั่งฟ้องไปก่อนหน้านี้ หลังจากนี้ สำนวนคดีดังกล่าวจะถูกส่งไปให้กับ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รักษาการราชการแทนผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบช.ศชต.) เพื่อให้ทำความเห็นว่า จะเห็นแย้งกับอธิบดีอัยการภาค 9 หรือไม่

"หากท่าน ผบช.ศชต. เห็นแย้ง ก็ต้องสั่งสำนวนไปให้อัยการสูงสุดวินิจฉัยชี้ขาด แต่ถ้าไม่เห็นแย้ง คดีดังกล่าวก็จะสิ้นสุด ที่ผ่านมาก็ถือว่าตัวเองได้รับความเป็นธรรมจากท่านอัยการ ก็หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากท่าน ผบช.ศชต. ด้วย" น.ส.นริศราวัลถ์ กล่าว

น.ส.นริศราวัลถ์ ยังเปิดเผยว่า หากสำนวนคดีนี้ถูกส่งจากอัยการไปที่ตำรวจแล้ว ตนก็จะทำเรื่องขอเข้าพบกับ พล.ต.ต.รณศิลป์ เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม เนื่องจากคิดว่าไม่ได้ทำผิดอะไร โดยขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการประสานงาน

ผู้สื่อข่าว "บีบีซีไทย" โทรศัพท์ไปสอบถามกับทางทนายความของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ที่เข้ามาช่วยเหลือเรื่องคดีความให้กับ น.ส.นริศราวัลถ์ ก็ระบุว่า ขั้นตอนทางกฎหมาย เวลานี้ อยู่ระหว่างรอฟังคำสั่งจากอธิบดีอัยการ ภาค 9 อย่างเป็นทางการ เท่าที่ประสานงานกับเบื้องต้น คาดว่าจะเป็นวันที่ 31 ม.ค. 2560 แต่คงต้องตรวจสอบความชัดเจนภายใน 2-3 วันนี้อีกครั้ง




พลทหารวิเชียร เผือกสม
ภาพจาก ครอบครัวพลทหารวิเชียร เผือกสม


ส่วนการดำเนินคดีกับ ร.อ.ภูริ เพิกโสภณ ผู้สั่งทำโทษพลทหารวิเชียรจนเสียชีวิต ซึ่งปลายปี 2559 เพิ่งถูกต้นสังกัดสั่งพักราชการ โดยให้งดจ่ายเงินรายเดือนและค่าเช่าบ้าน จนกว่าคดีจะสิ้นสุด น.ส.นริศราวัลถ์ กล่าวว่า ทราบว่าล่าสุดทางอัยการทหารอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีว่าจะสั่งฟ้อง ร.อ.ภูริ กับศาลทหารหรือไม่ โดยสาเหตุที่ยังไม่สั่งฟ้องเนื่องจากตนได้ไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้เพิ่มเติมข้อหาเรื่องเจตนาฆ่าด้วย เนื่องจากก่อนที่พลทหารวิเชียรจะเสียชีวิตได้ถูกซ้อมทรมาน

ทั้งนี้ การออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมของน.ส.นริศราวัลถ์ ให้กับน้าชาย เกิดขึ้นภายหลังจากพลทหารวิเชียร ซึ่งจบการศึกษาในระดับปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้สมัครเป็นทหารเกณฑ์ที่กองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือค่ายปิเหล็ง จ.นราธิวาส แต่หลังเข้าเป็นทหารได้ไม่นาน ก็เสียชีวิตระหว่างการฝึกทหารใหม่เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2554 โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เคยวินิจฉัยว่า การเสียชีวิตของพลทหารวิเชียร์ เกิดจากการสั่งทำโทษของ ร.ท.ภูริ (ยศขณะนั้น) กับพวกรวม 10 คน

อะไรบ้างที่ซ่อนอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็ง เรื่องสินบนในการจัดซื่อเครื่องยนต์ Rolls Royce ซื่งทำความเสียหายชื่อเสียงแก่ทั้งประเทศชาติและสายการบินแห่งชาติ





ที่มา FB

Jothin Pamon-montri


เป็นความน่าอับอายเป็นอย่างมากเรื่องสินบนในการจัดซื่อเครื่องยนต์ Rolls Royce ซื่งทำความเสียหายชื่อเสียงแก่ทั้งประเทศชาติและสายการบินแห่งชาติ

เรื่องสินบน Rolls Royce เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของภูเขาน้ำแข็งในมหาสมุทรที่โผล่มาให้เห็น แต่ใต้นำ้คือส่วนใหญ่ของภูเขาน้ำแข็งซึ่งมูลค่าความเสียหายมูลค่าหลายแสนล้านบาท ค่าเสียหายดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้เสียชื่อประเทศชาติแต่เป็นการทำลายความมั่นคงของสายการบินแห่งชาติด้วย

อะไรบ้างที่ซ่อนอยู่ใต้มหาสมุทร

โครงการจัดซื้อเครื่องบิน A340-500/600 ทั้งหมด 10 ลำ แบ่งเป็น

1.1 โครงการจัดซื้อเครื่องบินแบบ A340-500 ( ผมพูดเสมอๆว่ามีแต่คนโง่หรือคนโกงเท่านั้นที่ซื้อเครื่องบินแบบนี้ ) จำนวน 4 ลำทั้งๆที่ทางสภาพัฒน์ฯ เสนอให้ทำการศึกษาใหม่ แต่สุดท้ายอำนาจการเมืองกลับเหนือความถูกต้อง และผลเป็นอย่างไร บริษัท การบินไทยฯ ขาดทุนย่อยยับ ( บริษัท Airbus ผลิตเครื่องบิน A340-500 มาแค่ 35 ลำและเลิกผลิต เพราะไม่สามารถหาคนโง่หรือคนโกงมาซื้อได้อีก) บัดนี้ เครื่องบิน A340-500 ทั้ง 4 ลำ จอดตากแดดตากฝนมาหลายปีแล้ว มีคนมาขอซื้อทั้ง 4 ลำในราคา 23.5 ล้านเหรียญสหรัฐต่อลำ คณะกรรมการบริษัทซึ่งมีดร.อำพนฯ เป็นประธานไม่ยอมขาย ปัจจุบัน จึงยังจอดตากแดดตากฝนต่อไปจนจะเป็นเศษเหล็กอยู่แล้ว หมดไปแล้ว 15,000ล้านบาท

1.2 A340-600 อีก 6 ลำ มีอายุใช้งานมาแค่ 10 ปี ยังมีอายุใช้งานอีก10ปีแต่ไม่ใช้ เอาไปจอดรอตากแดดตากฝนรอการขายมาแล้ว 2 ปี ยังขายไม่ได้ บอกว่าจะขายให้สายการบินในประเทศอิหร่าน ปรากฎว่าเขาไปซื้อจากสายการบิน Virgin Atlantic แล้วจำนวน 8 ลำ ปัจจุบันทั่วโลกยังมีเครื่องบินรุ่นนี้ที่ยังใช้ทำการบินอยู่อีก 72 ลำ ในสภาพที่ดีกว่าและราคาในบัญชีถูกกว่าของการบินไทยประมาณ 30% เมื่อเป็นเช่นนี้ยังไม่คิดที่จะเอากลับมาใช้หรือ หรือจะทิ้งให้เป็นเศษเหล็กเหมือน A340-500 หมดไปอีกแล้ว 22,500 ล้านบาท

การนำ เครื่องบิน B747-400 ที่มีอายุงานกว่า 20 ปี ไปดัดแปลงเป็นเครื่องบินบรรทุกสินค้า หมดเงินค่าดัดแปลงไปเกือบ 2000 ล้าน ในการทำ feasibilityโดยบริษัทที่ปรึกษา ผลการศึกษาบอกว่า 4 ปีจะคุ้มทุน แต่บินไปได้ปีกว่าต้องหยุดบินเพราะขาดทุนมหาศาล ปัจจุบัน จอดตากแดดตากฝนมา 2 ปีแล้ว หมดไปอีกหลายพันล้านบาท

การจัดตั้งสายการบินไทยสมายล์ ตามผลศึกษาที่แจ้งว่า ในปี 2557 จะมีกำไร 1,304 ล้าน ผลประกอบการจริงขาดทุน -557 ล้านบาท ปี2558 จะมีกำไร 1,842ล้านบาท ผลประกอบการจริงขาดทุน -1,843 ล้านบาท ผิดจากการศึกษาถึง 200% ปี 2559 ศึกษาว่าจะมีกำไร 1,910 ล้านบาท ผลประกอบการแค่ 9 เดือนของปี2559 ขาดทุนไปแล้ว -1,078 ล้านบาท เครื่องบินที่นำมาใช้แทนที่จะใช้แบบที่บริษัทการบินไทยเคยใช้กลับไปใช้เครื่องบินและเครื่องยนต์แบบเดียวกับไทเกอร์แอร์ (ซึ่งเป็นบริษัทลูกของสิงคโปร์แอร์ไลน์) หมดไปอีกแล้ว 4 พันกว่าล้าน ไม่นับรวมวิธีการดำเนินการของไทยสมายล์ที่กล้าท้าให้ไปถามปรมาจารย์ทุกสำนัก ให้เป็นผู้ชี้ขาดว่า ถูกหรือ ผิด

การบินไทย ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ของนกแอร์ กลับมีผู้บริหารบางคนที่นอกจากไม่ยับยั้ง แถมยังสนับสนุนเห็นชอบให้สายการบินนกแอร์ไปร่วมทุนกับบริษัทสกู๊ตแอร์ (ลูกของสิงคโปร์แอร์ไลน์) และจัดตั้งเป็น "สายการบินนกสกู๊ต" ทำการบินแข่งกับการบินไทย ในเส้นทางเดียวกัน โดยเช่าเครื่องบินเก่ามาจากสิงคโปร์แอร์ไลน์ /ทำการซ่อมบำรุงโดยสิงคโปร์ แต่ "สวมสิทธิ" ใช้สิทธิการบินของประเทศไทยความเสียหายในระยะยาวเป็นเงินมหาศาล

ในปี งบประมาณ2558 บริษัทขาดทุน13,046ถ้าไม่ต้องเสียค่าที่ไปซื้อน้ำมันร่วงหน้าในราคาที่สูงกว่าราคาในตลาดเป็นเงิน 18,154 ล้านบาทบริษัทจะมีกำไร5,108ล้านบาท และยังดำเนินต่อไป คาดว่าปี 2559 จะขาดทุนการซื้อนำ้ร่วงหน้าอีกประมาณ 7,000 ล้านบาท หมดไปแล้วอีก25,000ล้านบาท

ปัญหาของภูเขาน้ำแข็ง TG Iceberg ยังมีอีกมาก ไม่เพียงที่จะทำลายชื่อเสียงของประเทศเสียหาย แต่นำความเสียหายถึงขั้นล้มละลายมาสู่สายการบินแห่งชาติได้

คณะกรรมการที่ตั้งมาทำการตรวจสอบปัญหาสินบน Rolls Royce ผมว่าแค่ผักชีโรยหน้า ประธานของคณะกรรมการชุดนี้ เหมือนเอา ตำรวจ ยศแค่ พ.ต.อ. ไปสอบการกำเนินของอดีด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

สมควรแก่เวลาแล้วครับที่จะตั้งคณะกรรมการแห่งชาติมาตรวจสอบโครงการและการบริหารของบริษัท การบินไทย ทำเป็นวาระแห่งชาติ แก้ไขกันจริงๆครับ

บุญมี สิงห์น้อย ช่างซ่อมรถเสื้อแดงบางพลี ถูกทหารใช้อำนาจเถื่อนอุ้มหายไป 6 วัน ถูกปล่อยตัวแล้ว ห้ามปริปาก (ปองร้ายชัดเจน แต่ปรองดองยังคลุมเครือ ?!?)





ปล่อยตัวช่างซ่อมรถกลับบ้านหลังถูกอุ้ม 6 วัน สั่งห้ามปริปาก

Tue, 2017-01-24 20:19
ที่มา ประชาไท

ภรรยาเผย ทหารปล่อยตัว ช่างกบ คนเสื้อแดงถึงบ้านย่านสมุทรปราการแล้ว หลังกักตัวนาน 6 วัน มีเงื่อนไขห้ามให้ข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันได้มีการติดต่อนัดมารับตัวเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์อีก แต่เจ้าตัวไม่ไว้ใจ เนื่องจากไม่ได้แสดงตัว แจ้งสังกัด หากจะมาพบตัวขอให้ไปพบที่สถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน


วันนี้ (24 มกราคม 2560) เวลาประมาณ 19.20 น. ประชาไทได้โทรศัพท์ติดต่อ นางอ้อม สิงห์น้อย ภรรยาของนายบุญมี สิงห์น้อย หรือ ช่างกบ ที่ได้เป็นข่าวว่าได้ถูกชายแต่งกายคล้ายทหารอุ้มขึ้นรถไปกักขังไว้ไม่ทราบสถานที่ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2560 นางอ้อมได้เล่าด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ทหารได้มารับตนและบุตรสาวที่สถานีขนส่งหมอชิต (เนื่องจากตนและบุตรสาวได้กลับมาจากต่างจังหวัด) ไปรับตัวสามีที่ค่ายทหาร (ไม่ระบุสถานที่) เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น.และได้เดินทางกลับมาถึงที่พักที่ บางพลี สมุทรปราการ เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น.

เมื่อผู้สื่อข่าวได้ขอพูดคุยกับช่างกบ สามีของนางอ้อม นางอ้อมได้ปฏิเสธพร้อมทั้งให้เหตุผลว่าทางทหารได้มีคำสั่งเด็ดขาดว่าไม่ให้ช่างกบพูดหรือให้ข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งสิ้น และได้ขอยุติการสนทนากับผู้สื่อข่าว นางอ้อมยืนยันว่านายบุญมีเป็นปกติดี ไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด




นางอ้อม สิงห์น้อย ภรรยา ช่างกบ บุญมี สิงห์น้อย


ก่อนหน้านี้ เวลาประมาณ 15.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปที่ นายชัยมนัส โบราณมูล หรือ ช่างอึ่ง เพื่อนของนายบุญมี ซึ่งเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์การเข้าจับกุมในวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมาว่า นายชัยมนัสได้เล่าว่า ได้มีโทรศัพท์ลึกลับอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐโทรมานัดให้ไปเจอที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิโดยบอกว่าไม่ต้องกลัว เดี๋ยวจะให้ลูกน้องมารับตัวเพื่อไปพูดคุย นายมนัสจึงได้ปฏิเสธไป พร้อมกับบอกว่าหากต้องการรับตัวไปพูดคุย ให้มารับตัวที่ สภ.บางพลี และลงบันทึกประจำวันไว้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยก่อน แต่ก็ยังไม่มีคำตอบกลับมา

"ตอนแรกก็ไม่กลัว แต่เห็นอุ้มเพื่อนผมหายไปตั้งห้าหกวัน จะไม่ให้กลัวได้อย่างไร" นายชัยมนัสกล่าว

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
อุ้มช่างซ่อมรถเสื้อแดงโดยชายแต่งกายคล้ายทหาร หายตัว 5 วันแล้ว


สังคมไร้ความ"ยุติธรรม"รอวัน "กลียุค" ทางออก...วิกฤติศรัทธา"ศาล"?




https://www.youtube.com/watch?v=6qUFPRaD6aM

สังคมไร้ความ"ยุติธรรม"รอวัน"กลียุค". ทางออก...วิกฤติศรัทธา"ศาล"?

jom voice

Published on Jan 23, 2017

อาจารย์พนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ Thaivoice เกี่ยวกับภาวะสิ้นศรัทธา ขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการศาล หรือกระบวนการยุติธรรมในสังคมไทยขณะนี้ว่า ตั้งแต่เปลี่ยนการปกครอง 2475 เป็นต้นมา สถาบันตุลาการ เป็นเพียงสถาบันเดียวในสามสถาบันหลักที่ไม่เคยถูกปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จึงไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบการทำงานของศาล หรือกระบวนการยุติธรรม แต่ยึดหลักการใช้อำนาจอย่างอิสระในนามพระปรมาภิไทยของพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นเรือ่งยากที่ผู้พิพากษาซึ่งเป็นปุถุชนคนธรรมดาจะไม่ตกอยู่ในภาวะ โลภ โกรธ หลง และกลัว ดังนั้นหากต้องการยึดมั่นในหลักการสำคัญของการปกครองตามวิถีทางประชาธิปไตย จะต้องปฎิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะศาล โดยจะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาคดีโดยให้มี ผู้พิพากษาสามัญ ( Lay Judge ) ที่คัดเลือกมาจากประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งไม่ใช่ผู้พิพากษาอาชีพ เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาคดี ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่นักกฎหมายทุกคนจะต้องร่วมกันขบคิดในการหาทางออกจากวิกฤติศรัทธาศาล หรือกระบวนการยุติธรรม เพราะหากสังคมไร้ซึ่งความยุติธรรมแล้ว สังคมนั้นก็จะรอวันกลียุค

เรื่องทุจริตรับสินบนโรลสรอยซ์ที่ใครต่อใครรุมยำกันใหญ่ โยงไปโยงมา กลายเป็นไปลงที่พวกเจ็นเนอรัลส์ ตะหานไทยฟาดเยอะกว่าใคร





ไหนโพลบอกว่าประยุทธ์ยังเป็นตัวเลือกดำรงตำแหน่งนายกฯ นำลิ่วเกือบ ๖๒ เปอร์เซ็นต์ ทิ้งห่างสองพรรคการเมืองหลัก

โดยที่พรรคประชาธิปัตย์มีภาษีกว่าพรรคเพื่อไทย ได้ ๑๗.๕ ต่อ ๑๕.๗ เปอร์เซ็นต์ แถมบีบีซีไทยบอก “ยิ่งนานยิ่งนิยม :โพลล์ชี้คนไทย ‘ชอบ’ ลุงตู่มากขึ้น”

(http://www.bbc.com/thai/thailand-38710512…)

แล้วใยวันนี้ (๒๔ ม.ค.) “บิ๊กตู่ อารมณ์บ่จอย !! เผย ชี้อ่างบัว ๑๐ อ่างหน้าตึกไทยฯ เพื่อสวยงาม และเป็นตัวอย่าง พวกสมองไม่เปลี่ยน อยู่ข้างล่างก็กลายเป็นอาหารของเต่าปลา” (‏@WassanaNanuam)

ฤๅจะเป็นเพราะเรื่องทุจริตรับสินบนโรลสรอยซ์ที่ใครต่อใครรุมยำกันใหญ่ แรกๆ พวกสื่อขนหน้าแข้ง คสช. ก็พยายามโยงไปที่แม้ว แต่มาหลังๆ กลายเป็นไปลงที่พวกเจ็นเนอรัลส์ ตะหานไทยฟาดเยอะกว่าใคร

ขนาด ‘อินทรีย์เหล็ก’ ไทยรัฐยังบอกว่า “งานนี้ถ้าหลุดรอดไปได้ก็ต้องถือว่าปาฏิหาริย์มีจริง พับผ่า” หลังจากที่ไล่เรียงใครบ้างเต้นเร่าสอบสวน ตั้งกรรมการ และหาหลักฐาน ทั้งดีดีการบินไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. หัวหน้า ปปช. และประธาน สตง.

(http://www.thairath.co.th/content/841898)

สำหรับรายหลังนี่แรกๆ ทำท่าจะแถกแถ ตีกินไว้ก่อนว่าจะ ‘หมดอายุความ’ ทำอะไรไม่ได้นอกจากเอารายชื่อมาวิจารณ์ ยังดีที่พลิกพริ้วได้ทันการณ์





เมื่อวานนี้ (๒๓ ม.ค.) “นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยว่า กรณีบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) รับสินบนจากบริษัทโรลส์-รอยซ์ ทางสตง.ได้ส่งสายตรวจตรวจสอบหลักฐานการจัดซื้อของทั้งสองแห่งแล้ว...

กรณีบริษัท ปตท. รับสินบนในปี ๒๕๕๖ นั้น หาหลักฐานได้ไม่ยาก โดยเฉพาะหลักฐานการจัดซื้อกระบวนการอนุมัติจัดหา การเลือกเครื่องยนต์ กลไก ฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง...

เรื่องนี้ต้องมีคนกลางวิ่งล็อบบี้เพื่อจ่ายสินบนให้หน่วยงานไทย อาจเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ล็อบบี้ทั้งปตท.และการบินไทย ให้ซื้อเครื่องยนต์ของบริษัทโรลส์-รอยซ์ และเชื่อว่าจะมีการระบุรายชื่อว่าจ่ายเงินให้ใคร เหมือนกรณีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดว่าไม่นานจะได้รายชื่อคนไทยรับเงินจากบริษัทนี้ถ้าได้หลักฐานมาก็จบได้เร็ว”

“วันเดียวกัน ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต” แจกแจงว่าการติดสินบนเจ้าหน้าที่ไทยของบรัทโรลสรอยซ์นี้มีสามครั้ง คือช่วงปี ๓๔-๓๕ ช่วงปี ๓๕-๔๐ และช่วงปี ๔๗-๔๘ มูลค่าทั้งสิ้น ๓,๔๑๗ ล้านบาท

“จะเห็นได้ชัดว่าความเสียหายและมูลค่าสินบนสูงสุดในยุครัฐบาลรัฐประหารเผด็จการ รสช. ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔-๒๕๓๕ อยู่ที่ประมาณ ๑,๓๘๖-๒,๒๔๘ ล้านบาท...

สะท้อนว่า การทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ยังเกี่ยวข้องกับนักการเมืองแต่งตั้งโดยอำนาจรัฐประหารด้วย เกี่ยวข้องกับผู้นำกองทัพ เกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับสูงและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจและบอร์ดรัฐวิสาหกิจอีกด้วย”

(ทั้งหมดนี่เป็นข่าวที่นำเสนอโดย นสพ. แนวหน้า http://www.naewna.com/local/253579 ให้ตายสิ สามปีมานี่เพิ่งเห็นทำหน้าที่สื่อตรงตามฐานันดรคราวนี้)

สำหรับผู้ที่ถูกพาดพิงในฝั่งพรรคการเมืองฝ่ายเพื่อไทย Watana Muangsook ชี้แจงผ่านเฟชบุ๊คเรื่อง “สินบนการบินไทย อีกที”

“ยังมีคอลัมน์นิสต์และสำนักข่าวแห่งหนึ่งพยายามโยงเรื่องให้มาเกี่ยวข้องกับพวกผมให้ได้ อ้างว่า ครม. เคยมีมติเมื่อ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ อนุมัติการจัดซื้อฝูงบินจำนวน ๑๔ ลำ ในวงเงินลงทุน ๙๖,๓๕๕ ล้านบาท นั้น...

(๒) ส่วนสินบนเป็นเรื่องที่การบินไทยสั่งซื้อเครื่องยนต์ไอพ่น ล็อต ๓ ของโรลส์รอยส์ และ (๓) แผนการที่จะซื้อเครื่องบินแบบใหน รุ่นอะไร จำนวนกี่ลำ และจะใช้เครื่องยนต์ของใครจึงจะเหมาะกับภารกิจและคุ้มค่าต่อการลงทุนมากที่สุด เป็นเรื่องทางเทคนิคที่การบินไทยพิจารณาเองมาโดยตลอด”

เคลียร์ไปหนึ่งพรรค ส่วนอีกพรรคที่จากโพลกรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้เป็นที่นิยมอันดับสอง ติดชายเสื้อพระราชทานหัวหน้า คสช. ห่างๆ แถลงบ้าง





“นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แนะรัฐบาล ควรเข้าไปมีส่วนร่วมในการหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ...แม้ว่าบางคดีจะหมดอายุความไปแล้วก็ตาม”

ครั้นจะต้องตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับกรณีที่นายสุเทพ เมือกสุบรรณ เมื่อครั้งยังเป็นเลขธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในข่าวว่าเป็นคนหนึ่งในบรรดาผู้อยู่ในข่ายได้รับสินบนโรลสรอยซ์ นายองอาจกลับตอบเลี่ยงอย่างไม่เนียนว่า

“ส่วนตัวไม่รู้เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง และยังไม่ได้คุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในยุคที่มีการพาดพิง เนื่องจากสุเทพไม่ได้สังกัดพรรคแล้ว”

(http://news.voicetv.co.th/thailand/454761.html)

ด้านนายสุเทพเองนั้นข่าวแจ้งว่าตอนนี้ขอไม่ชี้แจงอะไร แต่นายวีระ สมความคิด ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นหัวแรงร่วมงานทวงคืนเขาพระวิหารกับพรรคประชาธิปัตย์ จนตัวเองต้องไปติดคุกขี้ไก่ของเขมรอยู่นาน เดี่ยวนี้กลายเป็นนักรณรงค์ตัวยงต้านคอรัปชั่นในรัฐบาล คสช. ออกมาแจงเพิ่มเรื่องสินบนต่างชาติในปี ๕๖





ว่านอกเหนือจากบริษัทโรลสรอยซ์ของอังกฤษแล้วยังมีบริษัทเคเบิลของอเมริกันอีกด้วย เขาเผยว่าบริษัท Phelps Dodge International (Thailand) Ltd. หรือ PDTL

“ได้จ่ายเงินกว่า ๑.๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ผู้กระจายสินค้าในไทยรายหนึ่งในช่วงปี ๒๐๑๒-๒๐๑๓ (พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๕๖) โดยทราบดีว่าเงินบางส่วนจะถูกนำไปใช้ในทางทุจริต เพื่อจำหน่ายสินค้าให้แก่รัฐวิสาหกิจไทย ๓ แห่ง ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)”

นายวีระยังให้ความเห็นที่อาจทำให้นายกฯ ผู้ได้รับความนิยมสูงโด่จากโพล ‘บ่จอย’ อีกว่า

“หน่วยงานปราบทุจริตของสหรัฐเขายืนยันว่าการทำเช่นนี้เป็นความผิดเป็นการทุจริต แต่หน่วยงานปราบทุจริตของไทยบอกไม่ผิดไม่ทุจริต

ถ้าด้วยมาตราฐานอย่างไทยๆ นี้ ทำให้ผมเริ่มมองเห็นผลการตรวจสอบของการบินไทยและ ปตท. แล้วว่าผลน่าจะออกมาเช่นใด”

(https://www.matichonweekly.com/hot-news/article_22174)

ขบวนของผู้หญิง เพื่ออะไร? ยังไงต่อไป?

กานดา นาคน้อย
เพจมายด์ https://www.minds.com/kandainthai

23 มกราคม 2560


เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา    ผู้หญิงกว่า 1 ล้านคนได้ออกมาแสดงพลังด้วย“ขบวนของผู้หญิง” (Women’s March) ในกรุงวอชิงตันดีซีพร้อมๆกับที่ผู้หญิงอีกหลายล้านคนตามเมืองต่างๆทั่วประเทศและทั่วโลกได้ร่วมแสดงพลังพร้อมกัน   ในวันนั้นฉันอยู่ระหว่างเดินทางเลยไม่ได้ไปออกไปร่วมแสดงพลังด้วยขา  แต่ฉันก็ติดตามข่าวบนเครื่องบินและโพสต์ข่าวลงเพจมายด์พร้อมความคิดเห็นระหว่างที่อยู่บนเครื่องบิน   

เพื่ออะไร?

หลังการเดินทางสิ้นสุดลง  มิตรสหายท่านหนึ่งเขียนมาเล่าว่าผิดหวังกับเพื่อนคนไทยที่เรียกร้องประชาธิปไตยไทยแต่ตำหนิว่ากลุ่ม“ขบวนของผู้หญิง”ขัดขวางการปกครองระบอบประชาธิปไตย   ฉันตอบมิตรสหายท่านนั้นไปดังนี้   
  1. ไม่แปลกที่เพื่อนเขาไม่เข้าใจ   เพื่อนเขาเป็นแบบนี้กระบวนการประชาธิปไตยไทยถึงไม่ไปไหน
  2. ประชาธิปไตยคือกระบวนการ   ประชาธิปไตยไม่ใช่ทางลัดสั้นๆสักแต่ว่าเลือกตั้งแล้วก็รื่นเริงบันเทิงด้วยการช็อปปิ้งการดูหนังฟังเพลงสนุกสนานไปวันๆรอนักการเมืองประเคนชีวิตดีๆชิวๆ
  3. การแสดงพลังไม่ใช่การล้มเลือกตั้งแบบกปปส.ในไทย   มีการขออนุญาตใช้พื้นที่สาธารณะ    มีการขออนุญาตจอดรถบัส    ไม่ได้ลุกมาปิดถนนตามอำเภอใจแบบกปปส.   ไม่ได้เชื้อเชิญหรืออุ้มสมรัฐประหาร
  4. ระหว่างรอเลือกตั้งอีก 4 ปีข้างหน้าพลเมืองมีสิทธิประเมินประธานาธิบดี   การประท้วงครั้งนี้มีคนเข้าร่วมมากเพราะประธานาธิบดีทรัมป์เคยใช้วาจาเหยียดเพศและเหยียดคนพิการ    ในฐานะผู้หญิงฉันคิดว่าเป็นความน่าอับอายที่มีผู้นำที่ไม่รู้กาละเทศะและไม่เคารพสิทธิสตรี    ดังนั้นก็สมควรออกมาแสดงตัวเพื่อแสดงผลประเมินว่าเขาควรหยุดเหยียดหญิงและคนพิการ    อยากให้เปลี่ยนพฤติกรรมใน 4 ปีข้างหน้า
  5.   ครั้งนี้เป็นการแสดงพลังให้เห็นว่าประธานาธิบดีทรัมป์ต้องคิดให้หนักถ้าอยากผลักดันนโยบายที่จำกัดสิทธิสตรี  เช่น สิทธิด้านการทำแท้ง    บรรดาชายที่สนับสนุนทรัมป์และอยากผลักดันนโยบายที่จำกัดสิทธิสตรีก็ต้องคิดให้หนักด้วย    อย่าคิดว่าชนะเลือกตั้งแล้วจะทำอะไรก็ได้
  6. ผู้หญิงที่ไม่เห็นด้วยกับ "ขบวนของผู้หญิง"ไม่อยากร่วมด้วยก็เป็นสิทธิของเขา   เพื่อนฉันบางคนกลัวแฟนไม่รักก็ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น    เลือกตั้งก็ลงคะแนนตามแฟนเพื่อเอาใจแฟน   เพื่อนบางคนโดนสอนว่าควรทำตัวว่าง่ายไม่งั้นจะหาสามีไม่ได้  ฯลฯ  ฉันคิดว่าผู้หญิงเติบโตมากับความกลัวสารพัดที่พ่อแม่ถ่ายทอดให้กลัว     เติบโตแล้วจะกลัวต่อไปหรือไม่ก็แล้วแต่จะเลือกกันเอง   นอกจากนี้ฉันคิดว่าผู้หญิงบางคนก็ไม่ได้อยากมีอิสระมีสิทธิมากมาย     บางคนอยากมีชีวิตสบายๆให้สามีเลี้ยงแค่นั้นไม่ว่าจะมีการศึกษาแค่ไหน    สำหรับผู้หญิงบางคนการเรียนมหาลัยไม่ใช่เพื่อฝึกทักษะสำหรับทำงานในอนาคตแต่เพื่อเข้าสังคมและหาสามี    ก็เป็นสิทธิของเขา    แต่เขาไม่มีสิทธิห้ามไม่ให้ผู้หญิงคนอืนเรียกร้องสิทธิ
  7.  ฉันทำงานที่สหรัฐฯไม่เคยโดนเหยียดชาติพันธุ์เหมือนคนเอเชียยุคก่อน   แต่เคยโดนเหยียดเพศ   คงเพราะทำอาชีพในสายงานที่ผู้หญิงน้อยและผู้ชาย(ไม่ใช่แค่ชายอเมริกัน)ไม่เคยชินกับการแข่งขันแล้วแพ้ผู้หญิง   หรือไม่เคยชินกับการตอบโต้ด้วยเหตุผลกับผู้หญิง    ดังนั้นฉันมีประสบการณ์ตรงว่าสิทธิสตรีสำคัญต่อผลตอบแทนจากการทำงานและคุณภาพชีวิตจริง


ยังไงต่อไป?

ประชาธิปไตยคือกระบวนการไม่ใช่ทางลัดสั้นๆ    และกระบวนการที่สำคัญอยู่นอกโซเชียลมีเดีย    โซเชียลมีเดียทำได้เพียงช่วยสื่อสารเท่านั้น 

กระบวนการต่อไปคือการสื่อสารกับวุฒิสมาชิกและผู้แทนในเขตที่ตนอาศัยอยู่    อาทิ  สื่อสารด้วยการโทรศัพท์ไปหาวุฒิสมาชิกเพื่อแสดงความคิดเห็นด้วยเหตุผลว่าทำไมไม่อยากให้ใครได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงไหน  ขอร้องให้เขาทบทวนตอนพิจารณารับรองตำแหน่งในวุฒิสภา   สื่อสารด้วยการส่งจดหมายหรือไปรษณียบัตรไปที่สำนักงานวุฒิสมาชิกและผู้แทนเพื่อแสดงความคิดเห็นว่าสิทธิสตรีอย่างไหนสำคัญอย่างไรและให้เหตุผลให้ชัดเจน  ฯลฯ   

ในเว็บไซต์ของ“ขบวนของผู้หญิง” (https://www.womensmarch.com/) ก็มีคำแนะนำกระบวนการขั้นต่อไป   และจะอัพเดทกระบวนการเคลื่อนไหวต่อไปในอนาคต   ผู้อ่านที่สนใจการเคลื่อนไหวนี้ก็สามารถติดตามได้ทีเว็บไซต์นี้


Thailand Backing Controversial Survey to Clear Mekong Islets




FILE - Chinese cargo ships sail on the Mekong river near the Golden Triangle at the border between Laos, Myanmar and Thailand March 1, 2016.


Thailand Backing Controversial Survey to Clear Mekong Islets


January 23, 2017
Ron Corben
Voice of America

BANGKOK —

The Thai government is backing a plan by China to demolish islets and rocky outcrops on the Mekong River as part of a decade long project to boost shipping navigation from China's Yunnan province to Luang Prabang in Laos.

The project, known as the Development Plan for International Navigation on the Lancang-Mekong River (2015-2025) is set in three phases, with an initial survey, design, and environmental and social assessments.

The navigational “improvements” cover 630 kilometers from China to Myanmar boundary marker 243 to Luang Prabang. The aim is to make the river passable for 500-ton cargo vessels.

A second phase, starting in 2020, includes navigational improvements over a distance of 259 kilometers, as well as the construction of cargo and passenger ports.

In 2015 an estimated 3,500 commercial ships, largely between 100 and 300 tons, were making the journey bringing goods to Thailand.

Assistant Minister to the Thai Prime Minister’s Office Kobsak Pootrakool told Thai media that China, Laos, Myanmar and Thailand set up a team to survey the river and had agreed the navigation needed to be improved.

“For the safety of goods and transport of people, as well as reducing risk from accidents and environmental impacts, it is necessary to make way for navigational improvements in the river to make it passable for 500-ton ships,” Kobsak said.

Chinese Premier Li Keqiang set out the plan to improve inter-connectivity and cooperation among the six member countries of the Lancang-Mekong Cooperation (LMC) initiative: China, Cambodia, Laos, Myanmar, Thailand and Vietnam.

China is reported to be providing $1.54 billion in loans and $10 billion in credit lines to fund infrastructure and improve transport networks in the Mekong region.

Protests over environmental impact

But the plans, agreed to by the Thai Cabinet in late December, have triggered protests from conservationists who say clearing of the islets would have a “disastrous impact” on vital aquatic wildlife and local communities.

Conservationists say the latest plans come as the Mekong River is already facing impacts from dam construction, including three hydro-power projects now being built or under consideration by Laos on the lower Mekong mainstream.

Along the Lower Mekong, millions of people are dependent on the river as a vital source of food.




FILE - A Cambodian man fixes his fishing nets during the dry season on the Mekong river bank, Feb. 28, 2012


Conservationists' main concerns center on a 1.6 kilometer stretch of river, known as Khon PiLuang -- a stretch of islets and rocky outcrops, and a marker of the border between Thailand and Laos in Chiang Khnon district of Chiang Rai.

Phillip Hirsch, a professor of human geography at Australia’s Sydney University, said clearing of islets is the last major obstacle for large vessels to ply the river.

“The key site to which NGOs [non-government organizations] are focused and which local fishermen are concerned about is the set of rapids on the stretch of river between Chiang Saen – and Chiang Khong, called Khon Pi Luang. If they clear that area there there’s very little left by way of obstacles for the largest ships to go all the way downstream,” Hirsch told VOA.




FILE -A Cambodian man controls pumps mounted on a ship to dredge sand in the middle of the Mekong River near Phnom Penh, Cambodia, Oct. 9, 2011.


Previous attempts to improve shipping

China’s plans to boost navigation on the Mekong River dates back over 25 years. Blasting of islets further upstream has already taken place. A program of blasting islets on the lower Mekong occurred in 2001, near Shan State in Myanmar.

In 2002 a Thai government under former prime minister Thaksin Shinawatra - aiming to win favor from China - proceeded with blasting upstream from Khon Pi Luang.

But the program was halted by the Thai Defense Ministry over fears of border disputes with neighboring Laos. The Thai-Lao border is set at the river’s deepest point. Destroying the islets would change the line of the border at a possible disadvantage to Thailand.

Conservationists say the islets have a vital role in fish habitat and breeding for the 200 species of fish living along that stretch of river.

Robert Mather, a scientist and conservationist, said destroying almost 270 different islets or outcrops is “potentially devastating” for the river’s aquatic diversity.

“These are areas, very important for fish breeding, fish eating areas, because you have algae growing on the rocks and islets. They are important,” Mather told VOA.

“The end result of what is happening is it’s making the river more like a canal really – it’s making it easier, it’s making it more uniform, so the diversity of different habitats will be reduced,” he said.

A coalition of local environmentalists representing eight Mekong Provinces has launched a campaign opposing the plans.

Pianporn Deetes, Thai campaign director for the U.S.-based International Rivers, said the wider impact of the plans is on local communities.

“We are now seeing the Mekong to be like a buffet for different companies, different government agencies to take to build their projects and to make their profits without considering the richness, the complex diversity and the eco-system,” Deetes told VOA.

Conservationists say China should further develop highway links from China to Laos as an alternative to sending cargo by river.

But economist Somphob Manarangsan said China sees the river system as the most efficient transport option. “All the other means of transportation or the going by car or other ways is difficult. [That’s] the reason why hundreds of ship that that travel the Mekong River from Yunnan province to Laos or Thailand,” Somphob told VOA.

Saowaruj Rattanakhamfu, a senior researcher with the Thailand Development Research Institute (TDRI), said based on foreign trade, China would gain the most from the increased trading business.

“From an economic perspective [Thailand] will not benefit from the water navigation plan,” Saowaruj told local media. She said the Lao people would even be at a greater disadvantage than the Thais. “The government should study whether it is really worth the investment as the project will have immense impacts on the poor,” she said.

มาอีกแล้ว! สหรัฐแฉซํ้า! บริษัท เจเนอรัลเคเบิ้ล คอปอร์เรชั่น จ่ายสินบน 3 รัฐวิสาหกิจในไทย




https://www.justice.gov/opa/pr/general-cable-corporation-agrees-pay-20-million-penalty-foreign-bribery-schemes-asia-and

มาอีกแล้ว!

สหรัฐแฉซํ้า! บริษัท เจเนอรัลเคเบิ้ล คอปอร์เรชั่น จ่ายสินบน 3 รัฐวิสาหกิจในไทย

ที่มา FB


Arnond Sakworawich

ooo


Department of Justice
Office of Public Affairs


FOR IMMEDIATE RELEASE
Thursday, December 29, 2016

General Cable Corporation Agrees to Pay $20 Million Penalty for Foreign Bribery Schemes in Asia and Africa

General Cable Corporation, a Kentucky-based manufacturer and distributor of cable and wire, entered into a non-prosecution agreement and agreed to pay a $20 million penalty, reflecting a 50 percent reduction off the bottom of the U.S. Sentencing Guidelines fine range, to resolve the government’s investigation into improper payments to government officials in Angola, Bangladesh, China, Indonesia and Thailand to corruptly gain business in violation of the Foreign Corrupt Practices Act (FCPA), announced Assistant Attorney General Leslie R. Caldwell of the Criminal Division and Assistant Director Stephen Richardson of the FBI’s Criminal Investigative Division.

“General Cable paid bribes to officials in multiple countries in a scheme that involved a high-level executive of the company and resulted in profits of more than $50 million worldwide,” said Assistant Attorney General Caldwell. “But General Cable also voluntarily self-disclosed this misconduct to the government, fully cooperated and remediated. This resolution demonstrates the very real upside to coming in and cooperating with federal prosecutors and investigators. It also reflects our ongoing commitment to transparency.”

“In 2015, International Corruption Squads across the country were formed to address the national and international implications of foreign corruption,” said Assistant Director Richardson. “This settlement is an example of the exceptional efforts of those dedicated squads and investigators. The FBI looks forward to continuing to work with our law enforcement partners to address corruption, no matter how big or small.”

According to General Cable’s admissions, some parent-level and subsidiary-level employees, including executives, knew that some of its foreign subsidiaries used third-party agents and distributors to make corrupt payments to foreign officials in order to obtain and retain business. In one case the foreign subsidiary made corrupt payments directly to foreign officials. The corrupt conduct began in 2002. In 2011, when employees from a General Cable subsidiary expressed concerns to regional and parent-level executives that commission payments were being used for improper purposes, including potentially bribery, General Cable nevertheless failed to implement and maintain a system of internal accounting controls designed to detect and prevent such corruption and otherwise illegal payments.

According to admissions by General Cable made in connection with the resolution, these payments were discussed openly in email messages. For example, in June 2012, a sales agent in Bangladesh emailed an executive and other employees of General Cable’s subsidiary in Thailand and said that a portion of the money that the Thailand subsidiary paid the sales agent would “be shared by decision makers in [the] customer, concerned higher ups in [the] Ministry[,] and some top executives at [the] bidder.” In May 2013, the executive, who had become an executive at General Cable in December 2012, approved a payment to the Bangladeshi sales agent. In addition, in 2011, the same executive, who was at that time working at General Cable’s Thailand subsidiary, informed a General Cable executive that payments to a distributor in Thailand were being used for corrupt purposes. General Cable did not investigate those payments, which continued to be made.

Between 2002 and 2013, General Cable subsidiaries paid approximately $13 million to third-party agents and distributors, a portion of which was used to make unlawful payments to obtain business, ultimately netting the company approximately $51 million in profits.

General Cable entered into a non-prosecution agreement and agreed to pay a criminal penalty of $20,469,694.80 to resolve the matter. As part of the agreement, General Cable has agreed to continue to cooperate with the department in any ongoing investigations and prosecutions relating to the conduct, including of individuals, to enhance its compliance program and to report to the department on the implementation of its enhanced compliance program.

The department reached this resolution based on a number of factors, including that General Cable voluntarily and timely disclosed the conduct at issue, fully cooperated in the investigation and fully remediated. General Cable’s cooperation included conducting a thorough internal investigation; making regular factual presentations and proactively providing updates to the Fraud Section; voluntarily making foreign-based employees available for interviews in the United States; producing documents, including translations, to the Fraud Section from foreign countries in ways that did not implicate foreign data privacy laws; collecting, analyzing and organizing voluminous evidence and information for the Fraud Section; identifying, investigating and disclosing conduct to the Fraud Section that was outside the scope of its initial voluntary self-disclosure; and, by the conclusion of the investigation, providing to the Fraud Section all relevant facts known to it, including information about individuals and third parties involved in the misconduct. General Cable also took extensive remedial measures, including taking employment action against 13 employees who participated in the misconduct, resulting in their departure from the company, and terminating its relationships with 47 third-party agents and distributors who participated in the misconduct. Based on these actions and other considerations, the company received a non-prosecution agreement and an aggregate discount of 50 percent off of the bottom of the U.S. Sentencing Guidelines fine range.

In related proceedings, the U.S. Securities and Exchange Commission (SEC) filed a cease and desist order against General Cable, whereby General Cable agreed to pay approximately $55 million in disgorgement to the SEC, including prejudgment interest. Thus, the combined penalties and disgorgement paid by General Cable is approximately $75.75 million. The Fraud Section appreciates the cooperation and assistance provided by the SEC in this matter.

The FBI’s International Corruption Squad in Washington, D.C., investigated the case. The department appreciates the cooperation and assistance provided by the U.S. Attorney’s Office of the Eastern District of Kentucky in this matter. Trial Attorneys Christopher Cestaro and Lorinda Laryea of the Criminal Division’s Fraud Section prosecuted the case. The Criminal Division’s Office of International Affairs also provided substantial assistance in this matter.

The Criminal Division’s Fraud Section is responsible for investigating and prosecuting all FCPA matters. Additional information about the department’s FCPA enforcement efforts can be found at www.justice.gov/criminal/fraud/fcpa.

วาทะเด็ด : ประชาชนนิยม ไม่ได้พิสูจน์จากโพลล์ พิสูจน์จากผลเลือกตั้ง




เรื่องเกี่ยวข้อง...